Toyota Sure แหล่งซื้อขาย รถมือสอง
TH iconfav icon

ทำความรู้จักระบบเบรครถยนต์ และเรื่องต้องรู้ในการใช้งาน

วันที่เผยแพร่ 06/02/2024

ยอดผู้เข้าชม


ทำความรู้จักระบบเบรครถยนต์

เบรครถเป็นหนึ่งในระบบที่สำคัญที่สุดในยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุก หรือแม้กระทั่งรถจักรยานยนต์ เพราะเป็นระบบที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมยานพาหนะและรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ บนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย

ในบทความนี้ TOYOTA SURE จะพาไปทำความรู้จักระบบเบรครถยนต์ และเรื่องต้องรู้ในการใช้งานกันให้มากขึ้น เบรครถยนต์ มีหลักการทำงานอย่างไร ? เบรครถยนต์ มีกี่แบบ ? พร้อมแนะนำระยะเบรครถที่ปลอดภัยที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรรู้

เบรครถยนต์

เบรครถยนต์ มีหลักการทำงานอย่างไร

ระบบเบรครถยนต์มีหลักการทำงานที่สำคัญและซับซ้อน โดยจะทำหน้าที่ลดความเร็วหรือหยุดรถโดยการแปลงพลังงานจลน์ให้กลายเป็นความร้อน และใช้ความร้อนนี้ไปลดความเร็วของรถหรือหยุดรถที่กำลังแล่นอยู่ ซึ่งระบบเบรครถในรถยนต์สมัยใหม่ส่วนใหญ่จะใช้ดิสเบรคและดรัมเบรคเพื่อสร้างแรงเสียดทานที่ล้อ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

เบรครถยนต์ มีกี่แบบ 

โดยทั่วไปแล้วเบรครถยนต์จะมีอยู่หลายแบบด้วยกัน โดยแต่ละแบบมีการทำงานและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในแต่ละประเภทของรถยนต์ แต่ระบบเบรคหลัก ๆ ในรถยนต์ประกอบด้วย ดิสเบรคและดรัมเบรค 

ดิสเบรค

ดิสเบรค (Disc Brake) เป็นหนึ่งในระบบเบรครถที่พบได้ทั่วไปในรถยนต์สมัยใหม่ ระบบนี้ทำงานโดยใช้หลักการของแรงเสียดทานระหว่างแผ่นเบรคและดิสก์เบรคที่ติดตั้งอยู่บนล้อรถ แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจะช่วยลดความเร็วของล้อรถ ทำให้รถหยุดหรือชะลอความเร็วได้

ข้อดีของดิสเบรค

  • มีประสิทธิภาพสูง : ระบบดิสเบรคมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง โดยแผ่นเบรคและดิสก์จะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างแรงเสียดทานที่ดี ซึ่งจะช่วยให้รถหยุดหรือชะลอความเร็วได้ดี
  • ระบายความร้อนได้ดี : ระบบดิสเบรคมีความสามารถในการระบายความร้อนได้ดีกว่าดรัมเบรค ทำให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องของความร้อนสะสม
  • สามารถรับมือกับสภาวะฉุกเฉินได้ดี : ในสภาวะการเบรคฉุกเฉิน ระบบดิสเบรคมีประสิทธิภาพที่ดี ช่วยให้รถหยุดได้เร็วและปลอดภัย สามารถทำงานได้ดีในสภาพอากาศที่หลากหลาย
  • มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน : ส่วนประกอบของระบบดิสเบรคมีความทนทานต่อการสึกหรอ ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

ข้อเสียของดิสเบรค

  • มีราคาสูง : ระบบดิสเบรคมีราคาสูงกว่าระบบดรัมเบรค ทำให้การซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามไปด้วย
  • การบำรุงรักษาที่ซับซ้อน : การบำรุงรักษาระบบดิสเบรคอาจจะซับซ้อนมากขึ้น ต้องทำการตรวจสอบและรับบริการจากช่างมืออาชีพ
  • มีแรงส่งน้อย : ในบางสถานการณ์ระบบดิสเบรคอาจไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ขับขี่ต้องออกแรงเบรคมากกว่าดรัมเบรค ซึ่งอาจทำให้การควบคุมรถลำบากมากขึ้น

ดรัมเบรค

ดรัมเบรค

ดรัมเบรค (Drum Brake) คือระบบเบรคที่ใช้งานในรถยนต์ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากดิสเบรค (Disc Brake) การทำงานของดรัมเบรคเริ่มต้นเมื่อผู้ขับขี่เหยียบเบรค แรงดันน้ำมันเบรคจะถูกส่งไปที่สูบเบรคในดรัมเบรค ทำให้เบรคขยายออกและกดเข้ากับผนังด้านในของดรัม ทำให้เกิดแรงเสียดทานที่ช่วยชะลอหรือหยุดการหมุนของล้อได้

ข้อดีของดรัมเบรค

  • ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่ำ : ดรัมเบรคมีโครงสร้างที่ง่ายและราคาในการผลิตที่ต่ำกว่าดิสเบรค ทำให้รถที่ใช้ระบบดรัมเบรคมีราคาที่ถูกกว่า
  • บำรุงรักษาง่าย : ดรัมเบรคมีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน สามารถตรวจเช็กและรับประกันความปลอดภัยได้ง่าย
  • ความประสิทธิภาพในการทำงานทั่วไป : ในการใช้งานทั่วไปหรือการขับขี่ประจำวัน ดรัมเบรคมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี
  • มีน้ำหนักเบา : ระบบดรัมเบรคมีน้ำหนักรถที่เบากว่า ซึ่งอาจทำให้ลดการใช้เชื้อเพลิง และเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีขึ้น

ข้อเสียของดรัมเบรค

  • ประสิทธิภาพในการกระจายความร้อน : ดรัมเบรคมีประสิทธิภาพในการกระจายความร้อนที่น้อยกว่าดิสเบรค ไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเบรคล้มเหลวในการใช้งานหนัก หรือการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • การทำงานน้อยในสภาพการใช้งานที่ต้องใช้เบรคหนัก : ในกรณีที่ต้องใช้เบรคหนักหรือในสภาพถนนที่ลื่น ดรัมเบรคอาจมีประสิทธิภาพที่ลดลง
  • ความล่าช้าในการตอบสนอง : ดรัมเบรคมีความล่าช้าในการตอบสนองที่น้อยกว่า ซึ่งอาจทำให้มีระยะหยุดรถที่ยาวกว่า

ระยะเบรครถที่ปลอดภัยที่ควรรู้

ระยะเบรครถที่ปลอดภัยที่ควรรู้

ระยะเบรครถที่ปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาระยะห่างที่เหมาะสมจากรถคันอื่น ๆ และตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ทันท่วงที สำหรับระยะเบรกรถในระดับต่าง ๆ จะมีระยะที่แนะนำดังนี้

  • ถ้าผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็ว 60 กม. / ชม. ผู้ขับขี่จะต้องใช้ระยะเบรครถอย่างน้อย 34 เมตร 
  • ถ้าผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็ว 80 กม. / ชม. ผู้ขับขี่จะต้องใช้ระยะเบรครถอย่างน้อย 54 เมตร
  • ถ้าผู้ขับขี่ขับด้วยความเร็ว 100 กม. / ชม. ผู้ขับขี่จะต้องใช้ระยะเบรครถอย่างน้อย 80 เมตร

สรุปบทความ

ระบบเบรครถยนต์มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมความเร็วและการหยุดรถ ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นการทำความเข้าใจหลักการทำงานของระบบเบรครถ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราเป็นผู้ขับขี่ที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยในการบำรุงรักษาและตรวจสอบสภาพของเบรค เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังมีแพลนซื้อรถ หรือสนใจมือสอง คุณภาพดี พร้อมใช้งาน มีการตรวจเช็กสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ ประเมินสภาพรถด้วยมาตรฐาน Toyota Vehicle Inspection (TVI) สามารถเลือกชมรถได้ที่ รถบ้าน มือสอง แหล่งซื้อขายรถที่ได้มาตรฐานสำหรับรถใช้แล้วที่ผ่านการรับรองคุณภาพโดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย

อัพเดทล่าสุด 06/02/2024