
เช็คแบตเตอรี่รถยนต์จะหมดตอนไหนกันนะ วันนี้เราจะพามาดูว่าแบตเตอรี่รถยนต์ของคุณตอนนี้มีสถานะอย่างไร มาอ่านความหมายสีของตาแมวแบตเตอรี่ เพื่ออัปเดตสเตตัส สถานะแบตเตอรี่ก่อนที่จะไปหมดกลางทาง พร้อมบอกปัจจัยที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเพื่อหลีกเลี่ยงด้วย

แบตเตอรี่รถยนต์นั้นมีอยู่ 4 แบบ แต่ละแบบมีความแตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานรถยนต์ทั้งสิ้น โดยทั้ง 4 ประเภทคือ
แบตเตอรี่รถยนต์ตัวนี้ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น แต่ไม่ได้เป็นแบตที่แห้งสนิท มีของเหลวเช่น ตะกั่วกรด สารละลายอัลคาไลน์ เป็นต้น ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น และจะไม่มีฝาเปิดปิด บางครั้งถูกซีลทับฝา แต่ก็ยังสามารถเช็กระดับน้ำกลั่นและระดับไฟ เช็คแบตเตอรี่รถยนต์ อายุการใช้งาน ได้จากตาแมว ข้อดีคือการดูแลรักษาไม่ยาก สามารถปล่อยแบตทิ้งไว้ในสภาพไม่มีประจุไฟได้นาน ค่า CCA และแอมป์สูงกว่า แต่มีราคาแพง อุดตันได้ง่าย มีรูระบายเพียงแค่ทางเดียวหากเป็นแบบที่ปิดผนึกซีลไม่ใช้อีเล็กโตรไลท์ หากซีลของช่องหายใจหลุด อาจจะเกิดความเสียหายขึ้นได้ เนื่องจากมีความชื้นเข้าไปภายใน
เป็นแบตเตอรี่รถยนต์แบบดั้งเดิม มีการเติมน้ำกรดและชาร์จไฟเอง มาตรฐานจึงไม่ค่อยมีเท่าไหร่ แบ่งเป็น 2 ชนิดคือชนิดที่ต้องเติมและดูแลน้ำกลั่นบ่อย ๆ และชนิดที่ไม่ต้องดูแลบ่อย ทั้ง 2 แบบมีฝาปิดเปิดสำหรับเติมน้ำกลั่น เพื่อไม่ให้เสื่อมสภาพ เหมาะกับรถยนต์ที่ต้องวิ่งนาน ๆ ใช้งานเป็นประจำ อายุยาวนานที่สุดประมาณ 2 ปี ราคาถูกกว่าแบบแห้ง มีความทนทานต่อการโหลดทั้งการประจุและเปิดประจุ อายุการใช้งานนานกว่าแบบแห้ง แต่ต้องคอยดูแลระดับน้ำเสมอ ต้องคอยดูสภาพการทำงานว่าขัดข้องไหม น้ำกลั่นมีหรือเปล่า ค่าแอมป์ CCA น้อยกว่าแบบแห้ง
แบตเตอรี่แบบกึ่งแห้งมีลักษณะคล้ายกับแบตเตอรี่แบบแห้ง แต่ยังมีฝาปิดเปิดอยู่ การดูแลไม่ต้องดูแลบ่อย ๆ เหมือนแบตเตอรี่แบบน้ำ ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำบ่อย ราคาถูกกว่าแบบแห้ง มีความทนทานสูง เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาในการดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์ แต่ก็ต้องดูแลบ้างว่าน้ำอยู่ในระดับที่พอดีไหม
แบตเตอรี่รถยนต์แบบนี้เป็นการผสมระหว่างแบตเตอรี่กึ่งแห้งและแบตเตอรี่แบบน้ำเข้าด้วยกัน สามารถดูระดับน้ำได้ง่าย มีค่าสตาร์ที่สูงกว่า การดูแลรักษาง่าย สามารถใช้แทนแบตเตอรี่แบบน้ำได้ แต่มีราคาจึงสูง แต่คาดว่าในอนาคตจะเข้ามาแทนที่แบตเตอรี่ทุกแบบในการทำรถยนต์
ต่อไปเรามาดูการทำงานของตาแมวแบตเตอรี่กันบ้าง ทำไมต้องเช็กตาแมวสม่ำเสมอ เพราะต้องรู้เกี่ยวกับการทำงานของแบตเตอรี่ว่ามีสถานะของแบตเตอรี่เป็นอย่างไร ความหมายของตาแมวแต่ละสี บอกให้เรารู้ถึงอะไรได้บ้าง เริ่มจาก
แสดงถึงแบตเตอรี่เต็ม คือแบตเตอรี่ที่พร้อมใช้งาน ยังมีความสมดุลมากพอ ไม่ต้องเติมน้ำ หรือชาร์จไฟไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าไม่แน่ใจก็สามารถตรวจดูน้ำได้ว่ายังสมดุลตามสีไฟตาแมวแบตเตอรี่ที่บอกไหม
แบตเตอรี่ไฟอ่อนจะชาร์จ สถานะตาแมวแบตเตอรี่ เป็นการวัดค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำกรด หากในกรณีความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดต่ำกว่า 1.250 อาจส่งผลทำให้ตาแมวปรากฏเป็นลักษณะสีขาวได้
น้ำกลั่นแห้งต้องเติมน้ำกลั่น ในกรณีที่ระดับน้ำกรดต่ำกว่าระดับเส้น Upper แนะนำให้เติมน้ำกลั่นเข้าไป สาเหตุเพราะเมื่อระดับน้ำกรดลดลง ค่าความเข้มข้นของน้ำกรดจะสูงขึ้น อาจส่งผลเสียต่อแผ่นธาตุที่อยู่ในแบตเตอรี่ได้ ดังนั้นการเติมน้ำกลั่นเข้าไป เพื่อปรับค่าความเข้มข้นของน้ำกรดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ

ต่อมาเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องรับรู้คือปัจจัยที่ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมไว และต้องหลีกเลี่ยงเพื่อรักษาการทำงานของมันให้สมดุล โดยปัจจัยที่ทำให้แบตเสื่อมเร็ว คือ
และนี้คือเรื่องราวของแบตเตอรี่รถยนต์ที่เอามาฝากกัน รู้แล้วใช่ไหมว่า ตาแมวแบตเตอรี่จะบอกอะไรคุณบ้าง ปัจจัยที่ทำให้แบตเตอรี่แต่ละประเภทมีอะไร ท่องไว้ให้ขึ้นใจและหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านั้นเพื่อรักษาสภาพการใช้งานของแบตเตอรี่ ฝากกันไว้สำหรับใครที่กำลังมองหารถโตโยต้ามือสอง หรือรถยี่ห้ออื่น ๆ ที่เป็นมือสอง ต้องตรวจเช็กแบตก่อนที่จะซื้อ และต้องตรวจดูสภาพความสมบูรณ์ของแบตด้วยทุกครั้ง