
สำหรับคนที่กำลังวางแผนจะซื้อรถคงต้องทำการสำรวจรุ่นรถที่ชอบกันมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในระหว่างหาข้อมูลรถที่ชอบเชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยเห็นคำว่า Segment รถยนต์แน่นอน ซึ่ง Segment รถยนต์เป็นการแบ่งแยกประเภทของรถเพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น ดังนั้น บทความนี้จึงอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักของ Segment รถยนต์ พร้อมจุดเด่นแต่ละประเภทที่คุณต้องรู้
Segment รถยนต์ คือการแบ่งประเภทรถยนต์ตามขนาด ซึ่งการจำแนกรถดังกล่าวเกิดขึ้นในทวีปยุโรป และถูกใช้กันอย่างแพร่หลายจนกลายมาเป็นมาตรฐานการแบ่งประเภทรถยนต์ในปัจจุบัน โดยจะใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษแทนความหมายของขนาดรถยนต์ที่เรียงลำดับจากเล็กไปใหญ่ เช่น Segment A เรียกแทนรถยนต์ขนาดเล็ก และ Segment B เรียกแทนขนาดรถยนต์ที่ใหญ่ขึ้นมา นอกจากการแบ่งประเภทรถตามขนาดแล้ว ในบางทวีปอาจแบ่งประเภทรถตามขนาดของเครื่องยนต์ หรือลักษณะการใช้งาน ซึ่งความหมายของ Segment รถยนต์แต่ละตัวอักษร มีดังนี้

เริ่มต้นกันที่การเรียกรถยนต์ประเภทแรกคือ Segment A เป็นกลุ่มของรถยนต์ที่มีขนาดเล็กที่สุด โดยมีขนาดของเครื่องยนต์อยู่ 600 - 1,000 ซีซี เน้นความคล่องแคล่วในการขับขี่ เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองและแถบชานเมือง เนื่องจากมีขนาดที่เล็กกะทัดรัด จึงสะดวกต่อการขับขี่ในพื้นที่แคบ ประหยัดน้ำมัน และมีค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง ซึ่งรุ่นรถที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ Suzuki Celerio, Nissan March และ Mitsubishi Mirage เป็นต้น

ประเภทรถยนต์ต่อมามีชื่อว่า Segment B ซึ่งเป็นประเภทของรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่า Segment A ซึ่งรถยนต์ในกลุ่มนี้ถือว่าได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีขนาดของรถยนต์ที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป ขนาดของเครื่องยนต์อยู่ในระดับกลางที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลาย และที่สำคัญมีราคาไม่สูงจึงทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งรุ่นรถที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ Toyota Vios, Honda City และ Mazda 2 เป็นต้น

สำหรับรถยนต์กลุ่ม Segment C จะมีขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นมากว่ากลุ่ม Segment B นอกจากขนาดของตัวถังที่ใหญ่กว่าแล้วยังมีขนาดของเครื่องยนต์ที่สูงกว่าอีกด้วย โดยขนาดของเครื่องยนต์จะอยู่ที่ประมาณ 1,500 - 2,200 ซีซี รองรับประเภทการใช้งานได้มากขึ้น รวมถึงสามารถใส่สัมภาระได้เยอะขึ้นอีกด้วย โดยรุ่นรถที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนี้ ได้แก่ Toyota Altis, Honda Civic และ Mazda 3 เป็นต้น

สำหรับรถยนต์กลุ่ม Segment D จัดเป็นกลุ่มรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมาพร้อมกับความหรูหรามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน รวมถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่อยู่ในช่วงประมาณหรือมากกว่า 2,500 ซีซี โดยรุ่นรถที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Toyota Camry, Honda Accord และ BMW Series 3
ในส่วนรถยนต์กลุ่มสุดท้ายที่เรียกว่า Segment E เป็นกลุ่มรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มาพร้อมเทคโนโลยีแบบจัดเต็ม ความสะดวกสบายภายในถือว่าครบเครื่อง รวมถึงสมรรถนะของพละกำลังเครื่องยนต์ที่แรงขึ้นกว่ากลุ่มอื่น ๆ ด้วยฟังก์ชันที่ครบครันแบบนี้ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงขึ้น แต่รับรองว่าตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายอย่างแน่นอน โดยรุ่นรถที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Mercedes Benz S-Class, BMW Series 7 และ Volvo S90 เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม Segment รถยนต์ที่ได้กล่าวไปนั้นยังไม่หมดแค่เพียงเท่านี้ เนื่องจากประเภทรถยนต์ในปัจจุบันยังสามารถแบ่งออกได้อีกมากมาย ทั้งลักษณะการใช้งาน รวมถึงรูปทรงของตัวรถ เช่น รถอเนกประสงค์ SUV รถครอสโอเวอร์ หรือรถพีพีวี เป็นต้น ด้วยความหลากหลายของประเภทรถยนต์จึงทำให้เป็นข้อดีของผู้ซื้อที่มีตัวเลือกในการตัดสินใจซื้อรถได้มากกว่าเดิม เพื่อให้รถที่เลือกตอบโจทย์กับการใช้งานและเหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตัวเองให้ได้มากที่สุด