Toyota Sure แหล่งซื้อขาย รถมือสอง
TH iconfav icon

รวม 6 วิธีเช็ครถยนต์ก่อนเดินทางไกล ปลอดภัยตลอดทริป

วันที่เผยแพร่ 30/08/2023

ยอดผู้เข้าชม


รวมวิธีเช็ครถก่อนเดินทางไกลด้วยตัวเอง

ก่อนขับรถทางไกลโดยเฉพาะในช่วงวัยหยุดยาว การตรวจเช็กสภาพรถก่อนออกเดินทางถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยเด็ดขาด เพราะระหว่างทางอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นได้ อย่างรถดับ แบตเตอรี่รถยนต์หมด ไฟหน้ารถมีปัญหา ซึ่งไม่ใช่แค่ทำให้เราเสียเวลา แต่ยังอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้อีกด้วย

6 วิธีเช็ครถก่อนเดินทางไกล

สำหรับใครที่มีแพลนต้องเดินทางไกล แต่ยังไม่ถึงเวลาเอารถไปเข้าศูนย์เพื่อตรวจสภาพรถยนต์ วันนี้เราเลยนำ 6 วิธีเช็ครถยนต์ก่อนเดินทางไกลที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ มาฝากกัน 

 

1. สำรวจตาแมวบนแบตเตอรี่

วิธีเช็ครถยนต์ก่อนเดินทางไกลในอันดับแรก ควรเช็กก่อนว่าแบตเตอรี่อยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ โดยสามารถดูได้จากตาแมวบนแบตเตอรี่ซึ่งจะบ่งบอกค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดว่าอยู่ในสถานะไหน หากความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดต่ำกว่า 1.250 ในกรณีนี้ตาแมวจะเปลี่ยนเป็นสีขาว ซึ่งจะบ่งบอกว่าแบตเตอรี่ไฟเริ่มอ่อน ควรชาร์จ (Recharge Battery)

สำรวจตาแมวบนแบตเตอรี่

ส่วนในกรณีนี้ที่ระดับน้ำกรดต่ำกว่าระดับเส้น Upper แนะนำให้เติมน้ำกลั่นเข้าไป เพื่อไปปรับค่าความเข้มข้นของน้ำกรดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งการเติมน้ำกลั่นควรเติมให้อยู่ในระดับเส้น Upper เท่านั้น

 

2. ดูสีและระดับน้ำมันเครื่อง

ดูสีและระดับน้ำมันเครื่อง

ก่อนขับทางไกลควรมีการเช็กสีและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่เสมอ เพื่อช่วยให้ระบบกลไกต่าง ๆ ในเครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

  • วิธีเช็กสีน้ำมันเครื่อง หากน้ำมันเครื่องมีสีเหลืองโปร่งแสง คือสะอาดมีประสิทธิภาพ แต่หากน้ำมันเครื่องเปลี่ยนเป็นสีดำ บ่งบอกว่าน้ำมันเครื่องเก่าหรือสกปรก 
  • วิธีเช็กระดับน้ำมันเครื่อง ขั้นแรกจะต้องดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาทำความสะอาดแล้วเสียบกลับไปจุดเดิม ถ้าระดับน้ำมันเครื่องอยู่ระหว่างขีด F กับ L หรือ Max กับ Min แสดงว่าน้ำมันเครื่องอยู่ในระดับปกติ ทางที่ดีควรมีน้ำมันเครื่องสำรองติดรถไว้อย่างน้อย 1 ลิตร เผื่อใช้ในยามฉุกเฉินจะดีที่สุด

 

3. สังเกตสภาพโดยรวมของยางรถยนต์

สังเกตสภาพโดยรวมของยางรถยนต์

อีกหนึ่งวิธีเช็ครถยนต์ก่อนเดินทางไกลที่ไม่ควรละเลยคือ สังเกตสภาพโดยรวมของยางรถยนต์ โดยสังเกตจากดอกยางซึ่งจะต้องไม่มีการฉีกขาด ไม่แตกลายงา มีดอกยางเพียงพอ และลมยางจะต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่มีการรั่วซึม และสภาพโดยรวมของล้อจะต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมใช้งาน ไม่คด ไม่เบี้ยว

 

4. ดูน้ำมันเบรกและระบบเบรก

ดูน้ำมันเบรกและระบบเบรก

ระบบเบรกและน้ำมันเบรก เป็นอีกหนึ่งระบบที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากเสื่อมอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นระบบเบรกจึงต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ จานเบรกต้องไม่คด ไม่สั่น และผ้าเบรกจะต้องไม่บางเกินไป และหากน้ำมันเบรกลดลงต่ำกว่าระดับ Min หรือมีการลดลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ ควรนำรถเข้าศูนย์เพื่อตรวจเช็กโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจเกิดการรั่วในระบบเบรก 

 

5. สังเกตความสว่างของไฟคู่หน้าและไฟท้าย

สังเกตความสว่างของไฟคู่หน้าและไฟท้าย

ก่อนขับรถทางไกลควรเช็กความสว่างของไฟคู่หน้า ไฟท้าย ไฟตัดหมอก รวมถึงไฟเบรกให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ซึ่งนี่ถือเป็นวิธีเช็ครถยนต์ก่อนเดินทางไกลขั้นพื้นฐานที่ควรทำ เพราะหากไฟรถมีความสว่างไม่เพียงพอ หรือไฟรถอันใดอันนึงเสีย อาจทำให้เราและผู้ใช้ถนนคนอื่น ๆ เกิดอุบัติเหตุได้ 

 

6. ใบปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจกก็สำคัญ

ใบปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจกก็สำคัญ

หากเกิดฝนขณะขับรถแล้วใบปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจกเกิดขัดข้อง สิ่งที่ตามมาคืออาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เพราะทัศนวิสัยในการมองเห็นจะลดลง หากพบว่าใบปัดน้ำฝนชำรุดควรรีบเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนใหม่ และต้องคอยเติมน้ำฉีดกระจกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่เสมอ เพื่อกับการขับขี่ที่ปลอดภัย

 

สรุปบทความ

6 วิธีเช็ครถยนต์ก่อนเดินทางไกลที่เราได้มาแนะนำ ถือเป็นวิธีง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ซึ่งใครที่ต้องเดินทางไกลอยู่บ่อย ๆ การเช็กรถให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยเด็ดขาด เพราะระหว่างขับขี่อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ ซึ่งสามารถเสียได้ทั้งชีวิตและทรัพย์สินเลยทีเดียว

 

สำหรับใครที่กำลังมีแพลนซื้อรถ หรือสนใจมือสอง คุณภาพดี อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สามารถเลือกชมรถได้ที่ รถบ้าน มือสอง แหล่งซื้อขายรถที่ได้มาตรฐานสำหรับรถใช้แล้วที่ผ่านการรับรองคุณภาพโดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย

อัพเดทล่าสุด 30/08/2023