Toyota Sure แหล่งซื้อขาย รถมือสอง
TH iconfav icon

มือใหม่ต้องรู้ เกียร์ออโต้มีกี่แบบและแตกต่างกันยังไง

วันที่เผยแพร่ 30/08/2023

ยอดผู้เข้าชม


ทำความเข้าใจเกียร์ออโต้มีกี่แบบและต่างกันอย่างไร

ก่อนตัดสินใจซื้อรถ สิ่งสำคัญที่เราควรรู้คือ รถยนต์ที่เราสนใจนั้นมีระบบเกียร์แบบไหน โดยเฉพาะรถเกียร์ออโต้ เพราะถึงแม้จะเป็นเกียร์ออโต้เหมือนกัน แต่ก็จะเป็นเกียร์ออโต้คนละประเภท ซึ่งจะทำให้ขั้นตอนการใช้งานมีความต่างกันออกไปด้วย หากซื้อมาแล้วใช้งานไม่ถนัด ขับขี่ไม่คล่อง ก็อาจทำให้เสียทั้งเงิน เสียเวลา ที่สำคัญคืออาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขณะขับรถได้ 

เพื่อทำความเข้าใจระบบเกียร์ออโต้ก่อนเลือกซื้อรถ ในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับเกียร์ออโต้ให้มากขึ้นว่า เกียร์ออโต้ คืออะไร ? เกียร์ออโต้มีกี่แบบ ? แต่ละแบบใช้งานต่างกันอย่างไร มีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง ? เกียร์ออโต้แบบไหน เหมาะกับใครบ้าง ? ไปอ่านกันได้เลย

เกียร์ออโต้คืออะไร ?

เกียร์ออโต้ คือ เกียร์ที่ได้รับกำลังงานจากตัวเครื่องยนต์เพื่อใช้ในการขับเคลื่อน โดยระบบจะทำหน้าที่เปลี่ยนตำแหน่งของเกียร์ให้เหมาะสมตามความเร็วและน้ำหนักบรรทุก ซึ่งจะถ่ายทอดผ่านคลัทช์ไปยังเพลาคลัทช์ ทำให้รถยนต์สามารถเคลื่อนที่ได้ 

รถระบบเกียร์ออโต้จะเหมาะกับผู้ที่เป็นมือใหม่หัดขับ เพราะช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้งานง่าย ตัวรถมีระบบการทำงานที่ไม่ซับซ้อน และไม่ต้องเสี่ยงเครื่องยนต์ดับเหมือนเกียร์ธรรมดา

4 ประเภทของเกียร์ออโต้

เกียร์ออโต้มีกี่แบบ ? ปัจจุบันเราแทบจะเห็นรถยนต์เกือบทุกรุ่น ทุกยี่ห้อเปลี่ยนมาใช้เกียร์ออโต้ด้วยกันทั้งหมด ซึ่งเกียร์ออโต้ของรถแต่ละรุ่นก็จะมีความต่างกันออกไป โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท คือ 

1. เกียร์ CVT

เกียร์ CVT เป็นเกียร์ออโต้ที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะให้ความนุ่มนวล ระหว่างเปลี่ยนเกียร์จะไม่รู้สึกถึงแรงกระชาก แถมยังช่วยประหยัดน้ำมัน เพราะมีอัตราการใช้เชื้อเพลิงที่น้อยกว่าเกียร์ออโต้ประเภทอื่น ๆ เหมาะกับคนที่ต้องการความนุ่มนวล นั่งสบายยาว ๆ ชอบขับรถทางไกล

เกียร์

ข้อเสียของเกียร์ออโต้ CVT คือ สายพานมีอายุการใช้งานไม่นาน ต้องเปลี่ยนบ่อย และอาจไม่ถูกใจสายที่ชอบขับรถเร็ว เพราะเกียร์ CVT จะตอบสนองช้ากว่าเกียร์อื่น ๆ ในเรื่องอัตราเร่งที่ต้องรอจังหวะรอบ

2. เกียร์ Torque Converter

เกียร์ออโต้มีกี่แบบ เกียร์ Torque Converter ถือเป็นพี่ใหญ่ในวงการเกียร์อัตโนมัติ ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนการใช้คลัทช์ในระบบเกียร์ธรรมดา ข้อดีคือ ดูแลรักษาง่าย ทนต่อแรงบิดได้ดี และมีการทำงานที่ไม่ซับซ้อน ใช้ของเหลวหรือน้ำมันเกียร์เป็นตัวหลักในการช่วยส่งถ่ายพลังงานในการเปลี่ยนเกียร์ โดยจะส่งของเหลวไปยังใบพัดที่ทำหน้าที่หมุนเหมือนกังหันและแปลงเป็นพลังงาน 

เกียร์

ข้อเสียของเกียร์ Torque Converter คือ เกียร์มีน้ำหนักเยอะ และสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าเกียร์ออโต้ประเภทอื่น ๆ 

3. เกียร์ DCT

เกียร์ DCT (Dual Clutch Transmission) หรือเกียร์ออโต้แบบคลัทช์คู่ เป็นเกียร์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเกียร์ธรรมดา มีการใช้ไฟฟ้าเข้ามาช่วยทำงานในส่วนของคลัทช์เหมือนเกียร์กึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automatic) จึงได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักรถยุโรปหรือรถแนวสปอร์ต เพราะมีการตอบสนองการใช้งานที่รวดเร็วและแม่นยำ แต่ยังคงความนุ่มนวล เหมาะกับวิ่งทางไกล

เกียร์

ข้อเสียของเกียร์ DCT คือ ขณะเข้าเกียร์ D ผู้ใช้งานจะรู้สึกได้ถึงความหน่วง หรือมีอาการกระตุกเมื่อขับรถด้วยความเร็วต่ำ และจะมีค่าบำรุงรักษาที่แพงกว่ารถแบบอื่น

4. เกียร์กึ่งอัตโนมัติ AMT

เกียร์กึ่งอัตโนมัติ AMT (Automated Manual Transmissions) เป็นเกียร์ออโต้ที่ไม่ออโต้แบบ 100% เพราะการทำงานในระบบอื่น ๆ เหมือนเกียร์อัตโนมัติ แต่ระบบการส่งกำลังจะเหมือนเกียร์ธรรมดา ข้อดีคือให้อัตราเร่งที่ดี ทนทาน ดูแลรักษาง่าย ประหยัดน้ำมัน และรองรับการขับทั้งแบบเกียร์ออโต้ และแบบเกียร์ธรรมดา ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องมาเปลี่ยนเกียร์เอง แต่ก็ใช้เวลาในการเปลี่ยนเกียร์มากกว่าเกียร์อัตโนมัติอยู่เล็กน้อย 

เกียร์กึ่งอัตโนมัติ

ข้อเสียของเกียร์กึ่งอัตโนมัติ AMT คือ มีการตอบสนองช้าและมีอาการกระตุกเมื่อขับรถด้วยความเร็วต่ำ ส่วนใหญ่จะใช้กับรถเก๋งหรือรถ SUV ในไทยมีจำหน่ายน้อย 

สรุปบทความ

คงจะทราบกันไปแล้วว่า เกียร์ออโต้ มีกี่แบบ แต่ละแบบใช้งานอย่างไร แบบไหนเหมาะกับเรา เพราะก่อนตัดสินใจซื้อรถ เราจะต้องรู้ก่อนว่ารถที่เราสนใจนั้นมีระบบเกียร์ออโต้ประเภทไหน จะได้ขับขี่และดูแลรักษาได้ถูกต้อง 

สำหรับใครที่กำลังมีแพลนซื้อรถ หรือสนใจรถเกียร์ออโต้มือสอง คุณภาพดี พร้อมใช้งาน และมีรถเกียร์ออโต้มือสองหลายรุ่นให้เลือกได้ตามสเปคที่ต้องการในราคาย่อมเยา สามารถเลือกชมรถได้ที่ รถมือสอง แหล่งซื้อขายรถที่ได้มาตรฐานสำหรับรถใช้แล้วที่ผ่านการรับรองคุณภาพโดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย

อัพเดทล่าสุด 30/08/2023